1. เปิดรับสมัคร ภาคพิเศษตอนไหน

ตอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ เปิดรับสมัครนักศึกษา ภาคพิเศษ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ของทุกปี ศึกษารายละเอียดที่ https://sp.dru.ac.th / https://reg.dru.ac.th/entry / https://www.facebook.com/Drusp

2. ขอทราบเรื่องค่าใช้จ่าย

ตอบ

ทุกสาขาวิชา (ยกเว้นสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า)
เทอมแรก (แบ่งชำระ 2 ครั้ง)
➤ ประมาณ 15,000 บาท/เทอม
➤ ครั้งที่ 1 ค่ารายงานตัว (ชำระเพื่อจองสิทธิ์เข้าศึกษา)
➤ ครั้งที่ 2 ค่าลงทะเบียนเรียน (ชำระช่วงเปิดเทอม)
เทอมที่สองเป็นต้นไป
➤ ประมาณ 12,000 บาท บาท/เทอม

เฉพาะสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
เทอมแรก (แบ่งชำระ 2 ครั้ง)
➤ ประมาณ 25,000 บาท/เทอม
➤ ครั้งที่ 1 ค่ารายงานตัว (ชำระเพื่อจองสิทธิ์เข้าศึกษา)
➤ ครั้งที่ 2 ค่าลงทะเบียนเรียน (ชำระช่วงเปิดเทอม)
เทอมที่สองเป็นต้นไป
➤ ประมาณ 19,000 บาท/เทอม

ประกาศ อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา

>> https://reg.dru.ac.th/2017/pages/student_finance.php

3. ภาคพิเศษ จัดการเรียนการสอนอย่างไร

ตอบ
ทุกสาขาวิชา (ยกเว้นสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า) จัดการศึกษาแบบ Block Course คือ จะทำการเรียนพร้อมสอบจบทีละรายวิชา โดยใช้เวลาเรียนทุกวันอาทิตย์ จำนวน 4 – 6 ครั้ง (แล้วแต่จำนวนหน่วยกิตของรายวิชา) เสร็จแล้วเรียนรายวิชาที่ 2, 3, 4, ………………. ต่อไปเรื่อย ๆ จนจบการศึกษา ไม่มีปิดเทอม ไม่มีเว้นพักระหว่างวิชา


เฉพาะสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จัดการศึกษาแบบไตรภาค
➤ เรียนทุกวันอาทิตย์เวลาประมาณ 7.30 น. ถึง 22.30 น. (ช่วงเวลาการเรียนอาจน้อยกว่านี้ ตามจำนวนหน่วยกิจของแต่ละเทอม)
➤ ไม่มีปิดเทอม
➤ ทำการเรียนตามตารางเรียน โดย 1 วันเรียนประมาณ 3 – 4 วิชา
➤ 1 เทอม ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน
➤ หลักสูตรปริญญาตรี ใช้เวลาศึกษาประมาณ 14 เทอม

4. เรียนกี่ปีจบ

ตอบ

– หลักสูตรปริญญาตรี ใช้เวลาในการเรียนประมาณ 14 เทอม

– หลักสูตรปริญญาตรี (เทียบโอน) ใช้เวลาในการเรียนประมาณ 8 เทอม (หากเทียบโอนรายวิชาได้ครบตามแผน)

– เฉพาะหลักสูตรบัญชีบัณฑิต (เทียบโอน) ใช้เวลาศึกษาประมาณ 9-10 เทอม

– โดย 1 เทอม ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน

– ไม่มีปิดเทอม

5. ทำไมมหาวิทยาลัยไม่ตอบเวลาเรียนเป็นปี

ตอบ

– เพราะ 1 เทอม ใช้เวลาประมาณ 4 – 5 เดือน ทำให้หากเรียนไป 8 เทอม จะเท่ากับประมาณ 32 – 40 เดือน หรือ 14 เทอม จะเท่ากับประมาณ 56 – 70 เดือน จึงทำให้การนับเวลาเป็นปีมีความคลาดเคลื่อนสูง และไม่ตรงกับจำนวนปีปฏิทิน

– หากมีวันหยุดยาวมหาวิทยาลัยก็อาจพิจารณาหยุดเรียนให้ ซึ่งการหยุดเรียน 4 ครั้ง ก็เท่ากับ 1 เดือนแล้ว

6. ทำไมเรียนภาคพิเศษ ใช้เวลาเรียนนานกว่าภาคปกติ

ตอบ

– การเรียนเพียงวันอาทิตย์วันเดียว เทียบกับภาคปกติที่ใช้เวลาทั้งสัปดาห์ในการเรียน จะเห็นได้ว่าในระยะเวลาเท่า ๆ กัน ภาคปกติจะได้ใช้เวลาเรียนเต็มที่ แต่ภาคพิเศษเวลาจะหมดไปกับวันที่ไม่ได้ทำการเรียนการสอนมากกว่า

– ตารางเรียนจะอยู่ในช่วงประมาณ 8.30 – 18.00 น. (ช่วงเวลาการเรียนอาจน้อยกว่านี้ ตามจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา) ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมไม่หนักเกินไป หากเพิ่มเวลามากกว่านี้อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอนได้

– หลักสูตรการศึกษาจะต้องมีชั่วโมงการสอนที่ตรงกับเกณฑ์มาตรฐานของ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนด หลักสูตรจึงจะได้รับการรับรองหลักสูตร

– ภาคพิเศษ เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ จึงเหมาะกับผู้ที่มีเวลาว่างแค่วันอาทิตย์วันเดียว ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ และวุฒิการศึกษา ที่ไม่ทำให้เรียนหนักเกินไป

7. เรียนภาคพิเศษ เรียนวันไหนบ้าง เริ่มเรียนกี่โมง เรียนเสร็จกี่โมง

ตอบ เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ เริ่มเรียนประมาณ 8.30 – 18.00 น. (ช่วงเวลาการเรียนอาจน้อยกว่านี้ ตามจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา)

8. รับสมัครอย่างไร ใช้คะแนน GAT/PAT O-NET วิชาสามัญ หรืออื่น ๆ หรือไม่

ตอบ ภาคพิเศษ ใช้วิธีรับตรง ไม่ใช้คะแนนจากหน่วยงานภายนอก ผู้สนใจที่มีคุณสมบัติครบตามประกาศรับสมัคร สามารถสมัครได้โดยไม่ต้องยื่นคะแนนใด ๆ โดยวิธีการคัดเลือกจะเป็นไปตามประกาศรับสมัครของปีนั้น ๆ

9. อยู่ระหว่างรอวุฒิการศึกษา หรือใกล้จบการศึกษาจาก ม.6 ปวช. ปวส. แล้วมาสมัครได้หรือไม่

ตอบ สำหรับภาคพิเศษมหาวิทยาลัยรับสมัครเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาและมีเอกสารวุฒิการศึกษาแล้วเท่านั้น

10. อายุมากแล้วสมัครเรียนได้หรือไม่

ตอบ ไม่จำกัดอายุในการสมัครเข้าศึกษา

11. จบ กศน. มาสมัครได้หรือไม่

ตอบ สมัครได้

– ภาคพิเศษ หลักสูตรปริญญาตรี เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ รับสมัครจากผู้จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือ กศน. มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ทุกสาย/สาขาวิชา

– ภาคพิเศษ หลักสูตรปริญญาตรี (เทียบโอน) เรียนเฉพาะวันอาทิตย์ รับสมัครจากผู้จบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาที่กำหนด

12. จะสมัครหลักสูตร เทียบโอนรายวิชา ต้องทำอย่างไร

ตอบ

– ต้องสมัครด้วยวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า ในสาขาที่กำหนด

– กระบวนการเทียบโอนจะเริ่มหลังจากเปิดเรียนแล้ว โดยงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน และแจ้งให้นักศึกษามารับคำร้องขอเทียบโอนรายวิชาไปกรอกข้อมูลและเตรียมเอกสารประกอบ

– ผู้ยื่นคำร้องจะต้องสมัครและรายงานตัวเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยก่อน จึงมีสิทธิ์ในการเขียนคำร้องขอเทียบโอนรายวิชา

– รายวิชาที่สามารถเทียบโอนรายวิชาได้ คือ รายวิชานั้น (รายวิชาของ ปวส.) จะต้องมีคำอธิบายรายวิชาตรง (หรือใกล้เคียงมากที่สุดประมาณร้อยละ 80) กับรายวิชาของมหาวิทยาลัย และรายวิชานั้นต้องได้เกรด C ขึ้นไป

– คำร้องการเทียบโอนรายวิชา จะถูกส่งไปยังคณะที่นักศึกษาสังกัดอยู่ เป็นผู้ดำเนินการพิจารณา ซึ่งใช้เวลาพอสมควร

– เมื่อคำร้องถูกส่งคืนกลับมา งานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน จะแจ้งให้นักศึกษามารับคำร้องคืน ถ้ารายวิชาที่ทำเรื่องขอเทียบโอนได้รับการอนุมัติจากทางคณะแล้ว ให้นักศึกษายื่นเรื่องชำระเงิน รายวิชาละ 200 บาท

13. ค่าเทอมมีการผ่อนหรือแบ่งจ่ายหรือไม่

ตอบ
เทอมแรก จะแบ่งชำระ 2 ครั้ง ประมาณครั้งละ 50%
➤ ครั้งที่ 1 ค่ารายงานตัว (ชำระเพื่อจองสิทธิ์เข้าศึกษา)
➤ ครั้งที่ 2 ค่าลงทะเบียนเรียน (ชำระช่วงเปิดเทอม)
เทอมที่สองเป็นต้นไป ชำระเป็นเทอมเต็มจำนวน

14. ภาคพิเศษ กู้ กยศ. ได้หรือไม่

ตอบ หากมีงานทำแล้วกู้ไม่ได้ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่องานพัฒนานักศึกษา 0-2325-2010 ต่อ 2005 / https://www.facebook.com/DRUStudentLoan

15. ภาคพิเศษแต่งกายมาเรียนอย่างไร

ตอบ สามารถแต่งได้ทั้งชุดสุภาพ และชุดนักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของมหาวิทยาลัย รายละเอียดเพิ่มเติม

16. มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชน

ตอบ
มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ
มี 2 สถานที่จัดการศึกษา
1. มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี กรุงเทพมหานคร >> https://www.dru.ac.th
2. มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ >> https://sp.dru.ac.th